วันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

รายงานการอบรมสัมนา การพัฒนา บุคลากรด้านแผนงาน ของสำนักงานกศน. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 วันที่ 23 กค.2558

วันนี้เป็นวันที่ 3 ของการอบรม อบรมเรื่อง การวางแผน และการเขียนโครงการ      

          การวางแผน (Planing)
                 คือ กระบวนการคิด วิเคราะห์และการตัดสินใจ ที่จะกำหนดวิธีการไว้ล่วงหน้าอย่างเป็นระบบเพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติให้บรรลุตามเป้าหมายและวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นกระบวนการที่ต้องใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์มีความแม่น ตรง เชื่อถือได้ ต้องประกอบด้วยองค์ประกอบที่ชัดเจน และมีความต่อเนื่องกันตามที่กำหนด
             ประโยชน์ของการวางแผน
                 1. ป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาและความผิดพลาด
                 2. ทำให้องค์กรมีระบบหรือทิศทางในการปฏิบัติงานที่ชัดเจน
                 3. ช่วยประหยัดทรัพยากร ของหน่วยงาน
                 4. เป็นเครื่องมือ ในการควบคุมงานเพื่ิอติดตามตรวจสอบการปฏิบัติงานของฝ่ายต่าง ๆให้เป็นไปตามนโยบายและเป้าหมาย
                 5. เป็นศูนย์กลางในการประสานงานการศึกษาทุกระดับ ทุกสาขา
               แผนจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารและการปฏิบัติงานของบุคลากร การจัดทำแผนจึงต้องให้มีคุณภาพ และมีประสิทธิภาพ ดังนี้
                1. มีความยืดหยุ่น
                2. มีความครอบคลุม คือ มีลักษณะการบูรณาการกิจกรรม/งานที่เกิดจากแนวคิดของบุคคลที่เกี่ยวข้องหลาย ๆ ฝ่าย และมีการกำหนดวิธีการที่จะดำเนินการกิจกรรมให้บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายอย่างสัมพันธ์กัน
                3.  มีความชัดเจน ทำอะไร เมื่อไร ที่ไหน อย่างไร
                4. มีการกำหนดระยะเวลาของแผน
                5. มีรูปแบบที่มีขั้นตอนเป็นระบบ
                6. มีเหตุ มีผล
                7. มีการมุ่งสู่อนาคต
                8. มีความสอดคล้อง ควรอยู่ในกรอบของวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่กำหนด
ประเภทของแผน มีได้มากมาย ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ที่จะนำมาใช้ในการพิจารณา ได้แก่
                1. แผนทีใช้เกณฑ์เวลากำหนด ได้แก่ แผนระยะยาว แผนระยะปานกลางและแผนระยะสั้น
                2. แผนที่ใช้เกณฑ์ขอบเขคหรือพื้นที่ ได้แก่ แผนระดับเขตพื้นที่บริการเป็นการเฉพาะ แผนระดับหมู่บ้าน แผนระดับตำบล แผนระดับอำเภอ แผนระดับจังหวัด แผนระดับเขตหรือภาค แผนระดับประเทศ แผนระดับภูมิภาค และแผนระดับโลก
                3. แผนเชิงวิชาการ ได้แก่ แผนมหภาค และแผนจุลภาค
แผนพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
              เป็นแผนยุทธศาสตร์ระดับหน่วยงาน เป็นแผนหลักขององค์กร มีชื่อเรียกแตกต่างกันไปตามภาระงานขององค์กร เช่น แผนกลยุทธ์ แผนคุณภาพ แผนธุรกิจ แผนแม่แบบ แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา หรือธรรมนูญสถานศึกษา เป็นต้น  ดังนั้น แผนพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย จึงหมายถึงเอกสารที่จัดทำขึ้น เป็นระเบียบวิธีการดำเนินงานที่ใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารและการพัฒนางานในความรับผิดชอบให้บรรลุวัตถุประสงค์ภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ อาจเป็น 3 ปี 5 ปี 10 ปี หรือมากกว่า มีการระบุวิสัยทัศน์ ทิศทางในอนาคต ค่านิยมของหน่วยงาน และกระบวนการของทิศทาง การพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกาาตามอัธยาศัยในภาพรวม
              องค์ประกอบของแผนพัฒนาการศึกาานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย มี 4 ส่วน ดังนี้
                ส่วนที่ 1 บทนำ กล่าวถึงความเป็นมาของแผนพัฒนาการศึกษา บรรยายเป็นความเรียง  ประกอบด้วย
                            - ความจำเป็นของการพัฒนา ที่ต้องเป็นไปตามนโยบาย และจุดมุ่งหมายของการศึกษา
                            - นโยบาย ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาคุณภาพการศึกษา
               ส่วนที่ 2 สภาพปัจจุบัน ปัญหา ความต้องการพัฒนา เป็นข้อมูลสารสนเทศของนโยบาย ประกอบด้วย
                    1. ข้อมูลพื้นฐานของหน่วยงาน ด้านกายภาพ ได้แก่
                         1.1 ข้อมูลทั่วไป ประวัติความเป็นมา ที่ตั้ง ขนาด ลักษณะพื้นที่
                         1.2 โครงสร้างการบริหาร
                         1.3 ข้อมูลเกี่ยวกับผลการปฏิบัติงาน
                         1.4 ข้อมูลเกี่ยวกับบุคลากร อัตรากำลัง
                         1.5 ข้อมูลเกี่ยวกับชุมชน
                         1.6  ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพทางการเงิน
                         1.7 ข้อมูลเกี่ยวกับระบบและกระบวนการวางแผน
                    2. สรุปสถานภาพปัจจุบันของหน่วยงาน และปัจจัยต่าง ๆ ด้านคุณภาพ
             ส่วนที่ 3 แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ประกอบด้วยส่วนต่าง ๆ ดังนี้
                   1.วิสัยทัศน์ หมายถึง ความคาดหวังของหน่วยงานที่ต้องการให้เกิดขึ้นในอนาคต และมีความเป็นไปได้โดยอยู่บนพื้นฐานของความจริงในปัจจุบัน
                   2.พันธกิจ หมายถึง ขอบเขต ภารกิจ บทบาทหน้าที่ต้องดำเนินงาน เพื่อให้บรรลุวิศัยทัศน์ที่ตั้งไว้
                   3.เป้าประสงค์ หมายถึง การกำหนดสิ่งที่ต้องการในอนาคตซึ่งหน่วยงานต้องพยายามให้เกิดขึ้น หรือผลลัพธ์/ผลสำเร็จที่หน่วยงานต้องการบรรลุถึง  และต้องสอดคล้องกับพันธกิจที่กำหนดไว้
                   4/กลยุทธ์ หมายถึง แนวทางหรือวิธีการทำงานที่แยบยล เพื่อให้บรรลุเป้าประสงค์ จะได้จากการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในและภายนอกขององค์กร แล้วนำมากำหนดเป็นกลยุทธ์
                   5.ตัวชี้วัด หมายถึง ตัวบ่งชี้หรือตัวบ่งบอกผลงานที่เป็นรูปธรรมในเชิงปริมาณและหรือคุณภาพที่แสดงให้เห็นว่าเป็นผลสำเร็จจากการดำเนินงาน
                   6.แผนงาน /โครงการ เป็นการนำเสนอผลงานและโครงการที่จำแนกตามกลยุทธ์ และแสดงผลผลิตเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพที่คาดว่าจะเกิดจากการดำเนินงาน


   การเขียนโครงการ ที่ดีเริ่มจาก
        1. การตั้งชื่อโครงการ ไม่จำเป็นต้องตั้งชื่อเหมือนกับกิจกรรมในโครงการ แต่ให้สื่อความหมายให้เข้าใจว่าเป็นโครงการอะไร
        2.นโยบาย ต้องมีความสอดคล้องกับนโยบาย /ยุทธศาสตร์ของสำนักงานกศน. ซึ่งมีทั้งยุทธศาสตร์  เร่งด่วน ยุทธศาสตร์ต่อเนื่อง
        3. หลักการและเหตุผล ให้เขียนระบุ 3ท่อนหลัก คือ เหตุผล นโยบาย  ระบุปัญหา และประโยชน์ที่ได้รับตามนโยบาย
        4.  วัตถุประสงค์ จะสอดคล้องกับผลลัพท์ (output) คือ เมื่อเสร็จสิ้นโครงการแล้ว จะเกิดอะไรขึ้นโดยที่วัตถุประสงค์จะไปเชื่อมกับกิจกรรม ที่เราจะทำ เช่น หลังจาการประชุมไปแล้ว คาดว่าจะเกิดอะไรขึ้น
         5. เป้าหมาย ระบุผลผลิต ในภาพรวมของโครงการที่เป็นรูปธรรม ทั้งปริมาณและคุณภาพ
         6. วิธีดำเนินงาน มีตารางกำหนด มีกิจกรรมดังนี้
               1. กิจกรรมหลัก
               2. วัตถุประสงค์
               3. กลุ่มเป้าหมาย
               4. เป้าหมาย
               5. พื้นที่ดำเนินการ
               ุ6. ระยะเวลา
               7. ระบุงบประมาณ ทุกกิจกรรม  ซึ่งต้องคำนึงถึง ความประหยัด ความมีประสิทธิภาพ ความมีประสิทธิผล และความยุติธรรม คือ ความสมเหตุสมผลของการจัดสรรงบประมาณ
               8.แผนการใช้จ่ายเงิน ระบุแผนการใช้จ่ายเงินงบประมาณตามกิจกรรมเป็นรายไตรมาส
               9.ผู้รับผิดชอบโครงการ
               10. เครือข่าย
               11. โครงการที่เกี่ยวข้อง
               12.ผลลัพธ์ (Outcome) ระบุผลที่คาดว่าจะได้รับจากโครงการหรือผลประโยชน์จากผลผลิต (Output) ที่มีต่อบุคคล ชุมชน สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมโดยรวม
               13.ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ
                       1. ตัวชี้วัดผลผลิต ระบุตัวชี้วัดที่แสดงผลงานเป็นรูปธรรมในเชิงปริมาณหรือคุณภาพอันเกิดจากงานตามวัตถุประสงค์ของโครงการ
                       2. ตัวชี้วัดผลลัพธ์ ระบุตัวชี้วัดที่แสดงถึงผลประโยชน์จากผลผลิตที่มีต่อบุคคล ชุมชน สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมโดยรวม
                14. การติดตามประเมินผลโครงการ                
               การเขียนโครงการ จะเป็นส่วนที่ช่วยให้แผนงานมีความชัดเจนขึ้นมีรายละเอียด ในการใช้ทรัพยากรอย่างพอเพียง มีทิศทางไนการทำงานอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น


               ต่อจากนั้นวิทยากรได้ให้แต่ละกลุ่มเขียนโครงการ โดยการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในและภายนอกของหน่วยงาน ซึ่งอาจเป็นกศน.ตำบล หรือกศน.อำเภอ แล้วนำเสนอโครงการที่สอดคล้องกับสภาพปัญหาที่วิเคราะห์ได้

ดร.วิรุฬ นิลโมจน์ ผอ.กลุ่มแผนงาน ได้วิเคราะห์โครงการที่นำเสนอ และให้ข้อเสนอแนะ

กลุ่ม B1-1 นำเสนอโครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายในการจัดกิจกรรมกศน.
             เสร็จสิ้นการนำเสนอโครงการของแต่ละกลุ่มแล้ว เป็นการมอบวุฒิบัตร ให้แก่ผู้เข้ารับการอบรม และพิธีปิดการอบรม




              การอบรมในวันนี้ ได้รับความรู้มาก แต่คงต้องศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม เนื่องจากยังมีหลายส่วนที่ไม่เข้าใจ ซึ่งการจัดทำแผนงาน โครงการ ต้องได้ข้อมูลจากการวิเคราะห์สภาพภายนอกและภายในขององค์กร ชุมชน อย่างแท้จริงจึงจะได้แผนงานที่ตรงกับความต้องการ ในการพัฒนางานพัฒนาชุมชนได้อย่างมีคุณภาพ
   

วันพุธที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

รายงานการอบรมสัมนา การพัฒนา บุคลากรด้านแผนงาน ของสำนักงานกศน. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 วันที่ 22 กค.2558

 การอบรมวันนี้เป็นวันที่ 3 ผู้เข้ารับการอบรม นั่งเป็นกลุ่มที่แบ่งตามการขึ้นรถ ข้าพเจ้าอยู่กลุ่ม B1-1     เริ่มต้นด้วยการอบรมเรื่อง
การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมองค์กร ( SWOT) เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์องค์กร
 โดย ดร.อภิรดี กันเดชและคณะ
 SWOT เป็นตัวที่ทำให้มองเห็นว่าเราเป็นอย่างไร SWOT เป็นวิธีการหรือเครื่องมือ ในการวิเคราะห์องค์กรเพื่อวางแผนในการกำนดกลยุทธ์ขององค์กร
     1.การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายใน เป็นการวิเคราะห์สิ่งที่องค์กรสามารถควบคุมได้ แบ่งเป็น 2 ด้าน คือ
            1.  จุดแข็ง (Strengths) ความสามารถขององค์กรที่ทำได้มีความโดดเด่น ซึ่งองค์กรสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการบรรลุวัติถุประสงค์
            2. จุดอ่อน (Weaknesses) ความสามารถในการดำเนินงานที่เป็นจุดอ่อนและก่อให้เกิดปัญหาภายในองค์กร และไม่สามารถ นำมาใช้ในการทำงานเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์
    2.การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอก
            เป็นการวิเคราะห์ถึงสิ่งที่องค์กรไม่สามารถควบคุมได้โดยตรง แต่อิทธิพลหรือผลกระทบต่อองค์กร ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 2 ด้าน คือ
             โอกาส (Opportunities) ปัจจัยและสถานการณ์ภายนอกที่เอื้ออำนวยให้การดำเนินการขององค์การบรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้
              อุปสรรค (Threats) ปัจจัย และสถานการณ์ภายนอกที่ขัดขวางหรือคุกคามต่อการดำเนินงานขององค์กรในการที่จะบรรลุวัตถุประสงค์หรือเป็นปัญหาต่อองค์กร
    การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายใน
            สภาพแวดล้อมภายใน เป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการปฏิบัติงาน สามารถควบคุมได้ ได้แก่
              1. โครงสร้างและนโยบาย (S1)
              2. ผลผลิตและบริการ (S2)
              3. บุคลากรในองค์กร (M2)
              4. การเงิน (M2)
              5. วัสดุอุปกรณ์ (M3)
              6. การบริหารจัดการ (M4) เงิน คน การบริหารทั่วไป การมีส่วนร่วมของหน่วยงาน ชุมชน การกระจายอำนาจ
   การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอก ได้แก่ การวิเคราะห์ PESTIE Analysis โดยพิจารณาจากปัจจัย ต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อหน่วยงานทั้งทางตรง ทางอ้อม ประกอบด้วย
              1. การเมือง (P)
              2.เศรฐกิจ (E)
              3. สังคมและวัฒนธรรม(S)
              4. เทคโนโลยี (T)
              5. กฏหมาย (L)
              6. สภาพแวดล้อม (E)
         เมื่อองคฺ์กรวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในและภายนอกแล้ว ก็จะต้องทำการประเมินสภาพเพื่อที่จะเป็นข้อมูลในการกำหนดกลยุทธ์ ให้ทำงานอย่างมีทิศทาง สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมขององค์กร จากนั้นให้ทำการสรุปผลการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมอีกครั้ง
     การสังเคราะห์กลยุทธ์ด้วย TOWS หรือ SWOT Matrix เป็นการประเมินสถานการณ์ จากการประเมินสภาพแวดล้อม ซึ่งมีสถานการณ์ 4 รูปแบบ
              1. กลยุทธ์เชิงรุก (SO Strategy) เป็นการนำข้อมูลการประเมินสภาพแวดล้อมที่เป็นจุดแข็งและโอกาสมาพิจารณาร่วมกัน เพื่อกำหนดเป็นยุทธศาสตร์หรือกลยุทธ์ในเชิงรุก สรุปคือ คุณมีวิธีที่สามารถใช้จุดแข็งของคุณเพื่ิอสร้างโอกาสเหล่านั้นหรือไม่
              2. กลยุทธ์เชิงป้องกัน (ST Strategy) เป็นการนำข้อมูลการประเมินสภาพแวดล้อมที่เป็นจุดแข็งและข้อจำกัดมาพิจารณาร่วมกัน เพื่อกำหนดเป็นยุทธศาสตร์หรือกลยุทธ์ในป้องกัน สรุปคือ คุณมีวิธีที่สามารถใช้ประโยชน์จากจุดแข็งของคุณเพื่ิอหลีกเลี่ยงภัยคุกคามที่อาจจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่
              3. กลยุทธ์เชิงแก้ไข (WO Strategy) ได้มาจากการนำข้อมูลการประเมินสภาพแวดล้อมที่เป็นจุดอ่อนและโอกาสมาพิจารณาร่วมกัน เพื่อกำหนดเป็นยุทธศาสตร์หรือกลยุทธ์เชิงแก้ไข สรุปคือ คุณมีวิธีที่ใช้โอกาสของคุณที่จะชนะจุดอ่อนของคุณหรือไม่
              4. กลยุทธ์เชิงรับ (WT Strategy) ได้มาจากการนำข้อมูลการประเมินสภาพแวดล้อมที่เป็นจุดอ่อนและข้อจำกัดมาพิจารณาร่วมกัน เพื่อกำหนดเป็นยุทธศาสตร์หรือกลยุทธ์เชิงรับ สรุปคือ คุณมีวิธีที่สามารถลดจุดอ่อนและหลีกเลี่ยงภัยคุกคามของคุณหรือไม่
              การใช้ SWOT Matrix  ต้องมีการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมทั้งภายใน ภายนอก และต้องประเมินสถานการณ์ให้ถูกต้อง จึงจะกำหนดเป็นกลยุทธ์ขององค์กรได้
              การอบรมในเรื่องนี้ ยังต้องเรียนรู้อีกมากเนื่องจากวิทยากรผู้บรรยาย มีเวลาจำกัด การยกตัวอย่างหรือฝึกปฏิบัติให้เข้าใจ ยังไม่ชัดเจน
              ข้าพเจ้าลองคิดทบทวนว่า ถ้าสามารถวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในและภายนอกขององค์กร ได้อย่างถูกต้อง และบุคลากรในหน่วยงานยอมรับความจริง ช่วยกันระดมวิเคราะห์ Swot  ของหน่วยงานและประเมินสถานการณ์ นำเอา S W O T มาปรับกลยุทธ์ในการทำงาน ก็คงช่วยพัฒนางานให้เป็นไปอย่างมีคุณภาพ
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
             การบรรยาย เรื่อง การบริหารงบประมาณ โดย ผอ.โสมอุษา เลี้ยงถนอม ผอ.กลุ่มกองคลัง สำนักงานกศน.มีรายละเอียดดังนี้
              1. การใช้จ่ายเงินงบประมาณให้เป็นไปตามที่ฝ่ายนิติบัญญัติหรือรัฐสภาอนุมัติโดยส่วนราชการ/รัฐวิสาหกิจ จะจัดทำแผนปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายเงินงบประมาณเสนอสำนักงบประมาณ เพื่อขอความเห็นชอบ และขออนุมัติจัดกิจกรรม (ประจำงวด) จากสำนักงบประมาณรวมทั้งการวางฎีกาขอเบิกจ่ายเงินจากกรมบัญชีกลาง เพื่อนำเงินมาใช้จ่ายต่อไป
             2. ระเบียบและพ.ร.บ.ที่เกี่ยวข้อง
                 1. พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ.2502 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
                 2. ระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณ พ.ศ. 2548 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
                 3. ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และแก้ไขเพิ่มเติม
                4. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2558
             3. ส่วนราชการจัดทำแผนปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายเงินงบประมาณตามแบบฟอร์มที่สำนักงบประมาณกำหนด ส่งสำนักงบประมาณให้ความเห็นชอบก่อน วันเริ่มต้นปีงบประมาณ ไม่น้อยกว่า 15 วัน
             4. การวางฎีกากับบัญชีกลาง เมื่อส่วนราชการได้รับเงินประจำงวด จากสำนักงบประมาณแล้วจะไปวางฎีกาขอเบิกจ่ายเงินจากกรมบัญชีกลาง (ส่วนกลาง) หรือคลังจังหวัด (ส่วนภูมิภาค) กรมบัญชีกลางจะพิจารณาหลักฐาน/รายละเอียดและอนุมัติฎีกาตามระเบียบที่กำหนดไว้เพื่อให้ส่วนราชการเบิกเงินไปใช้จ่ายต่อไป ปัจจุบันดำเนินการผ่าน ระบบ GFMIS
             5. การใช้จ่ายที่ได้รับจัดสรร
                  1. งบบุคลากร ภายใต้แผนงานเดียวกัน ถัวจ่ายกันได้ภายในงบนี้ ยกเง้นเงินเดือน ค่าจ้างประจำ อัตราตั้งใหม่ ให้จ่ายได้ตามที่กำหนดในใบยืนยันยอดหรือตามที่ได้รับความตกลงกับสำนักงบประมาณ
                  2. งบดำเนินงาน ถัวจ่ายกันได้ภายในงบนี้ ยกเว้นรายจ่ายประเภทค่าสาธารณูปโภค จะนำไปใช้จ่ายในประเภทอี่นได้ก็ต่อเมื่อไม่มีหนี้ค่าสาธารณูปโภคค้างชำระ
                  3. งบลงทุน ให้ใช้จ่ายตามรายการและวงเงินที่ได้รับจัดสรร
                  4. งบอุดหนุน
                     4.1 เงินอุดหนุนทั่วไป ให้ใช้จ่ายตามรายการและจำนวนเงินที่กำหนด
                     4.2 เงินอุดหนุนเฉพาะกิจ ให้ใช้จ่ายตามรายการและจำนวนเงินที่กำหนดและหากเบิกจ่ายในลักษณะงบรายจ่ายใดก็ถือปฏิบีติเหมือนงบรายจ่ายนั้น
                 5. งบรายจ่ายอื่น ให้ใช้จ่ายตามรายการและจำนวนเงินที่กำหนด และหากเบิกจ่ายในลักษณะใด ถือปฏิบัติเหมือนงบรายจ่ายนั้น
                การฟังบรรยายในวันนี้ รู้สึกฟังแล้วเข้าใจยากมาก อาจเป็นเพราะเป็นงานที่ไม่คุ้นเคยเท่าไร แต่ก็ถือว่าเป็นกำไร ที่ทำให้มีความรู้เพิ่มขึ้นบ้างเกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินงบประมาณ
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ต่อมาเป็นการบรรยาย เรื่อง แนวทางการดำเนินงานเพื่อการนิเทศ ติดตามของสำนักงานกศน.โดย นางสาวอังคณา วสุวรวงค์ หัวหน้าหน่วยศึกษานิเทศก์
               การนิเทศ เป็นกระบวนการการช่วยเหลือ แนะนำ ชี้แจง เพื่อช่วยให้ครูแก้ที่ปัญหา หรือกำลัง  เผชิญอยู่ ให้ลุล่วงไปด้วยดี รวมทั้งพัฒนางานที่ครูกำลังปฏิบีติอยู่ให้มีวิธีการที่เหมาะสมและมีประสิทธิผลยิ่งขึ้น
              ประเภทของการนิเทศ
                   นิเทศภายใน เป็นการนิเทศในรั้วโรงเรียน รั้วโรงเรียนของกศน.คือ 1 อำเภอการนิเทศทุกอย่าง เป็นการพูดคุยกันของคนในโรงเรียนเท่านั้น คนที่อยูด้วยกันทำงานดำเนินเป็นการนิเทศภายใน
                  นิเทศภายนอก นอกรั้วโรงเรียน คนที่ไม่อยู่ในสถานศึกษา ถือเป็นภายนอก
การนิเทศต้องปฏิบัติงานโดยใช้ระบบ PDCA คือ
                 P = Plan ศึกษาข้อมูลพื้นฐาน ข้อมูลด้านนโยบาย ผลการประเมินคุณภาพของสถานศึกษา ผลการนิเทศ เพื่อนำมาวางแผนล่วงหน้า
                 D = Do ปฏิบัติงานตามแผน ด้วยรูปแบบ เทคนิควิธีการ บันทึกการนิเทศ
                 C = Chack  ตรวจสอบข้อมูลการนิเทศ ขณะนิเทศ หลังจากนิเทศ
                 A = Act นำสิ่งที่เป็นปัญหามาปรับปรุง สิ่งที่ดีแล้วพัฒนาให้ดีขึ้น สิ่งที่ไม่ดีให้นำมาปรับปรุงและพัฒนาให้ดีขึ้น
            ประเด็นในการนิเทศ ต้องศึกษาเกี่ยวกับ
                1. ปัญหาการดำเนินงาน
                2. ผลการประเมินคุณภาพของสถานศึกษา ภายในสถานศึกษา ต้นสังกัด และภายนอก
                3. ความต้องการ และความจำเป็นในการนิเทศ
                เมื่อศึกษา วิเคราะห์ ประเด็นในการนิเทศแล้ว ให้ทำการคัดเลือกประเด็นในการนิเทศ  เพื่อนำไปวางแผนการนิเทศ ให้ตรงกับปัญหา ผลการประเมินคุณภาพ
               การอบรมในวันนี้ทั้งสามเรื่อง รู้สึกมีเนื้อหาที่เป็นงานวิชาการที่ต้องทำความเข้าใจให้มากกว่านี้ และต้องมีประสบการณ์ จึงจะเข้าใจอย่างถ่องแท้ ด้วยเวลาที่จำกัด และเนื้อหาที่มาก ทำให้ง่วง และฟังไม่เข้าใจ แต่ด้วยความที่วิทยากรแต่ละท่านมีความตั้งใจในการอธิบาย ทำให้ผู้เข้ารับการอบรมมีกำลังใจ สู้ สู้ ค่ะ เพราะนับว่าโชคดีแล้วที่ได้รับการอบรม จากวิทยากรที่มีความรู้ วันนี้เสร็จสิ้นการอบรม เวลา 20.00 น.


กลุ่ม B1-1 สู้ 




วันอังคารที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

รายงานการอบรมสัมนา การพัฒนา บุคลากรด้านแผนงาน ของสำนักงานกศน. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 วันที่ 21 กค.2558

                 วันนี้เป็นวันที่สองของการอบรม แต่ทำพิธีเปิดในวันนี้
                ประธานในพิธีเปิด คือ ดร.วิรุฬ นิลไพโรจน์ ผู้อำนวยการกองแผนงาน สำนักงานกศน. โดยมีดร.อภิรดี กันเดช หัวหน้างานพัฒนานโยบายและแผนงาน เป็นผู้กล่าวรายงาน ซึ่งได้รายงานถึงวัตถุประสงค์ในโครงการ ว่า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านวิชาการให้ผู้เข้ารับการอบรมเกี่ยวกับการจัดทำแผนงาน โครงการ การจัดทำแผนจุลภาค การบริหารงบประมาณ และแลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์การจัดทำแผนงานโครงการ
                  ประธานได้ทำพิธีเปิด ได้กล่าวว่า แผนเป็นหัวใจของการทำงาน เป็นเครื่องจักรขององกรค์ แผนงานโครงการ เปรียบเสมือน แผนที่ทางความคิดให้กศน.ขับเคลื่อน อย่างมีเอกภาพและบรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ จึงมีความจำเป็นในการอบรมให้ผู้จัดทำแผนงานมีความเข้าใจ  เป็นการบูรณาการการทำงานในเรื่อง  แผน การจัดการ งบประมาณเป็นเอกภาพและแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ซึ่งกันและกัน จากนั้นได้บรรยายเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างการจัดทำแผนงาน งบประมาณและการติดตามประเมินผล
               ดร.วิรุฬ ได้กล่าวถึง พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 ว่า  ในมาตรา 9 ก่อนดำเนินการตามภารกิจใด ส่วนราชการต้องจัดทำแผนปฏิบัติการล่วงหน้า (1) และต้องมีรายละเอียดของขั้นตอน รายละเอียด งบประมาณ เป้าหมายของภารกิจ ผลสัมฤทธิ์ของภารกิจ และตัวชี้วัดความสำเร็จของภารกิจ การติดตามประเมินผล ต้องสอดคล้องกับตัวชี้วัดของกพร. ภายใต้การบริหารภาครัฐแนวใหม่
                มาตรา 13 .ให้ครม. มีแผนบริหารราชการแผ่นดินตลอดระยะการบริหารราชการของคณะรัฐมนตรี   มารตา 16 ต้องจัดทำแผนปฏิบัติราชการ 4 ปี แผนปฏิบัติราชการประจำปี  และแสดงผลสัมฤทธิ์ของแผนปฏิบัติราชการ
                นอกจากนี้ ยังได้กล่าวถึง ยุทธศาสตร์และนโยบายของกศน.มี Keyword ที่ต้องทำความเข้าใจ  วิสัยทัศน์ ค่อนข้างลอย คำจำกัดความของผู้ด้อย ผู้ขาด ผู้พลาดคืออะไร ต้องไปทำความเข้าใจ   ประเทศไทยเป็นประเทศที่ GDP เพื่อการศึกษาสูงที่สุดในโลก แต่เป็น Negative กับระดับการศึกษา แสดงว่า ต้องมีกลไกอื่น ทำให้เกิดขึ้น มีเงื่อนไข ทำให้คุณภาพการศึกษาตำ่

ดร.วิรุฬ นิลไพโรจน์  เป็นประธานเปิดงานโครงการ การอรมเชิงปฏิบัติพัฒนาบุคลากรด้านแผนงาน

              ช่วงบ่าย อบรมเรื่องการใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปี โดยนางสาวอัญชลี โภคพูน หัวหน้ากลุ่มงานงบประมาณ กลุ่มแผนงาน ได้บรรยายว่า การใช้งบประมาณเป็นเครื่องมือสำคัญของรัฐบาลเพื่อผลักดันนโยบายและมาตรการต่าง ๆ ให้เกิดการพัฒนาภายในประเทศ อย้่างยั่งยืนและยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขี้น ดังนั้น ส่วนราชการเมื่อจะจัดทำแผนปฏิบัติงานต้องดู ยุทศาสตร์ แผนงานของรัฐบาลด้วย 
                  1. ยุทธศาสตร์ระดับชาติ ที่เกี่ยวข้อง คือ ยุทธศาสตร์ที่ 4 ยุทธศาสตร์ที่ 1
                  2. แผนงาน 
                      ยุทธศาสตร์ ที่ 4 มีแผนงาน
                         - แผนงานขยายโอกาสพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา 
                             * ผลผลิตที่ 4 ผู้รับบริการการศึกษานอกระบบ
                             * ผลผลิตที่ 5   ผู้รับบริการการศึกษาตามอัธยาศัย
                    ยุทธศาสตร์ที่ 5 
                          * แผนงานเร่งรัดและผลักดันการพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต
                         * แผนงานแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังวหวัดชายแดนภาคใต้
                        * แผนงานส่งเสริมบทบาทและการใช้โอกาสในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน 
                งบประมาณ
                     1. งบบุคลากร
                     2. งบดำเนินงาน
                     3. งบลงทุน
                    4. งบอุดหนุน
                    5. งบรายจ่ายอื่น ๆ 
              การติดตามประเมินผล โดยใช PART( Performence  Assessment Rating Tool)
              ประโยชน์ PART
                   1.การจัดทำงบประมาณ
                   2. การอนุมัติงบประมาณ
                   3. การบริหารงบประมาณ
                   4. การติดตามและประเมินผล    

                  การอบรมในวันนี้ ได้รับความรู้ในเรื่อง 1ความสำคัญของแผนปฏิบัคิงาน จะทำให้การทำงานมีเป้าหมาย มีประสิทธิภาพ  การจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปี ต้องดูยุทธศาสตร์ แผนงานโครงการของรัฐบาลด้วย เพื่อให้การทำงานสอดคล้องกัน 
                  

วันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

รายงานการอบรมเชิงปฏิบัติการ การพัฒนาบุคลากร ด้านแผนงาน ของสำนักงานกศน. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2558 วันที่ 20 กค. 2558

             วันที่ 20 - 23 กรกฏาคม 2558 ได้เข้าร่วมรับการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการการพัฒนาบุคลากรด้านแผนงานของสำนักงานกศน.ประจำปี 2558
             วันที่ 20 กรกฎาคม 2558 เป็นวันแรกของการอบรม ได้เดินทางจากโรงแรมสวนดุสิต เพลสไปทีกระทรวงศึกษาธิการเพื่อขึ้นรถบัสไปศึกษาดูงานที่ศูนย์วิทยาศาสตร์รังสิต และเดินทางต่อไปจังหวัดนครนายก รถบัสมีทั้งหมด 4 คัน แบ่งผู้เข้ารับการอบรม ให้ขึ้นรถบัสเป็นกลุ่ม รวมทั้งหมด 12 กลุ่ม คือ   B1 - 1  B1-2  B1-3 อยู่บัสคันที่ 1  B2-1  B2-2  B2-3 อยู่บัสคันที่ 2  B3-1  B3-2  B3-3 อยู่บัสคันที่ 3 และ B4-1  B4-2  B4-3 อยู่บัสคันที่ 4
              เมื่อรถบัส มาถึงศูนย์วิทยาศาสตร์รังสิต ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี และได้เข้าไปศึกษาดูงาน ณ ห้องท้องฟ้าจำลอง รับชม VDO แนะนำศูนย์วิทยาศาสตร์รังสิต ประกอบด้วย
              ส่วนที่ 1 กิจกรรมการเรียนรู้ ได้แก่ กิจกรรมเสริมทักษะ ค่ายวิทยาศาสตร์ การอบรมสัมมนา ท้องฟ้าจำลอง
               ส่วนที่ 2 นิทรรศการภายในอาคาร ได้แก่ นิทรรศการโลกล้านปี โลกดาวเคราะหมหรรศจรรย์แห่งชีวิต เปิดโลกสิ่งแวดล้อม เมืองเด็กแดนวิทยาศาสตร์มหรรศจรรย์ นิทรรศการดาราศาสตร์และอวกาศ นิทรรศการประทีปแห่งแผ่นดิน กีฬากับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีการขนส่ง วิทยาศาสตร์พื้นฐาน เทคโนโลยีการออกอากาศ วิทยาศาสตร์การกีฬา มอลต์แพลนเนต เทคโนโลยีการสื่อสารกับชีวิตประจำวัน  เทคโนโลยีการเกษตร และท้องฟ้าจำลอง
               จากนั้นได้รับชมท้องฟ้าจำลอง เป็นความรู้เกี่ยวกับดาราศาสตร์  กลุ่ม ดวงดาวต่าง ๆ ประวัติความเป็นมา วิธีสังเกตดาวแต่ละกลุ่ม ชื่อกลุ่มดาวต่า่ง ๆ เช่น ดาวหมีเล็ก ดาวหมีใหญ่ ดาวจระเข้ ดาวนายพราน ดาวลูกไก่ ดาวหญิงสาวพรมจารีย์ ดาวพิณ เป็นต้น ความรู้เรื่อง เส้นสุริยะวิถี เป็นเส้นเดินทางของพระอาทิตย์ และ คืนทิวาราตรี เป็นวันที่มัเวลากลางวันและเวลากลางคืนเท่ากัน
               เวลา 12.00 น.เดินทางออกจากศูนย์วิทยาศาสตร์รังสิต ไปยังสำนักงานกศน.จังหวัดนครนายก ผอ.วสันต์ รัชวงค์ ผู้อำนวยการกศน.จังหวัดนครนายกพร้อมด้วยบุคคลากร ให้การต้อนรับ และได้บรรยายสรุปผลการดำเนินงานของกศน.จังหวัดนครนายก และการทำงานเป็นกลุ่มศูนย์ของระดับจังหวัด โดยนครนายกเป็นหนึ่งในกลุ่มเบญจบูรพา ซึ่งประกอบด้วยจังหวัดสระแก้ว ปราจีนบุรี  ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ และนครนายก ข้อดีของการทำงานเป็นกลุ่มศูนย์ทำให้มีการรวมพลังขับเคลื่อนให้งานไปในทิศทางเดียวกัน และประสบผลสำเร็จ และท่านผอ.ได้ให้ข้อคิด ในเรื่องการจัดทำแผน คือ แผนเป็นหัวใจหลักของการทำงาน สิ่งที่สำคัญในการทำแผน คือข้อมูลที่ใช้ในการจัดทำแผน ต้องเป็นข้อมูลที่เป็นจริง สามารถนำมาวิเคราะห์ได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว


ลุงไสว ศรียากำลังบรรยาย ให้ความรู้แก่ผู้ศึกษาดูงาน


               จากนั้นได้ไปศึกษาดูงานที่แหล่งเรียนรู้ สวนลุงไสว ศรียา ตำบลหินตั้ง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ลุงไสว ศรียา เป็นคนที่มีหัว creative มาก คิดประดิษฐ์ดัดแปลง เกี่ยวกับผลผลิตทางการเกษตรที่จะเพิ่มมูลค่าได้ เช่น การปลูกพริกกลับหัว ทำให้ติดผลเร็วและดก การเพาะเมล็ดพันธ์ผักลงบนต้นกล้วย ต้นไม้แฟนซี มีต้นมะสังเป็นต้นตอและเสียบยอดต้นไม้พันธ์อื่นได้ถึง 15 ชนิด ได้แก่ มะนาว มะกรูด และมีผลิตภัณฑ์ที่ผลิตเอง มีคุณภาพ เช่น แชมพูและครีมนวดผมน้ำมันมะพร้าว ครีมทาหน้า ทาผิว ยาดมสมุนไพร เป็นต้น เป็นสถานที่แหล่งเรียนรู้ที่มีคนมาดูงานเยอะมาก
                      ผลิตภัณฑ์ที่สวนศรียา

             
     ต่อจากนั้น ได้ไปศึกษาดูงานที่ศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน กศน.ตำบลหินตั้ง ตั้งอยู่ที่ บ้านเลขที่ 134 หมู่ 4 ตำบลหินตั้ง อ.เมือง จ.นครนายก เป็นบ้านของนายสุทัศน์ สว่างเวียง เป็นศูนย์ฝึกอาชีพชุมชนที่ฝึกปฏิบัติเรียนรู้ใน เรื่องการทำก้อนเห็ดนางฟ้าภูฐาน  นอกจากนี้ ยังมีการขยายพันธ์กบ และการปลูกมะนาวในบ่อปูนซิเมนต์ คุณสุทัศน์ ได้เล่าว่า ภายในบ้านไม่ได้ใช้จ่ายอะไร การบริโภคในครัวเรือนเป็นของที่อยู่ในบ้าน เป็นการอยู่อย่าพอเพียง เครื่องวัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ในการเพาะเห็ด เป็นเครื่องมือที่ประดิษฐ์ และทำเองทั้งหมดซึ่งใช้ได้ดี และราคาถูกกว่าร้านค้า  คุณสุทัศน์ได้บอกกับกลุ่มผู้ศึกษาดูงานว่า  "สิ่งไหนที่ผมทำสำเร็จ ผมจะบอกทุกคน ไม่กั๊กไว้ สิ่งไหนที่ยังไม่สำเร็จผมจะไม่เอาใครมาเป็นหนูทดลองยาผมจะทำด้วยตัวเองจนสำเร็จ" ซึ่งน่าประทับใจมาก ๆ ค่ะ
นายสทัศน์ สว่างเวียง กำลังบรรยายการเพาะเห็ด

ก้อนเชื้อเห็ดที่นึ่งฆ่าเชื้อแล้ว
การเลี้ยงกบ


หม้อนึ่งแรงดันไอน้ำที่ผลิตเอง
                      เวลา 19.00 น. ได้ทำการแบ่งกลุ่มตามกลุ่มที่นั่งในรถบัส ในกลุ่มจะมีสมาชิกประมาณ 11-12 คน แบ่งได้ 12 กลุ่ม และให้ระดมความคิดในเรื่องที่ดูงานในวันนี้ และรายงาน โดยมีหัวข้อ สิ่งที่ได้เรียนรู้ในวันนี้ และการนำไปประยุกต์ใช้ในการปรับปรุง/พัฒนางาน เสร็จสิ้นภาระกิจในวันนี้ ค่ะ

                      สิ่งที่ได้เรียนรู้ในวันนี้ คือ
                               1. แผนเป็นหัวใจหลักของการทำงาน สิ่งที่สำคัญในการทำแผน คือข้อมูลที่ใช้ในการจัดทำแผน ต้องเป็นข้อมูลที่เป็นจริง สามารถนำมาวิเคราะห์ได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
                               2. การทำงานถ้ามีการดัดแปลงไม่ซ้ำแบบใครก็จะได้สิ่งที่แปลกใหม่ เป็นที่น่าสนใจและเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์
                               3.การให้ความรู้กับผู้อื่นจะทำให้เราได้ความรู้เพิ่มขึ้น คิดได้มากขึ้น สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน และใช้ชีวิตได้อย่างพอเพียง
                             
                             




วันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

รายงานผลการประชุมเชิงปฎิบัติการการพัฒนาระบบฐานข้อมูลและสารสนเทศ ภายในสถานศึกษา

                 วันนี้ วันที่ 14 กรกฎาคม 2558 ได้เข้าร่วมประชุมเชิงปฎิบัติการการพัฒนาระบบฐานข้อมูลและสารสนเทศ ภายในสถานศึกษา โดยมีท่านผอ.ณราวัลย์ นันต๊ะภูมิ ผอ.กศน.อำเภอเมืองลำปางเป็นประธานในพิธี ผู้เข้ารับการอบรม เป็นบุคลากรของกศน.อำเภอเมืองลำปาง ทั้งหมด รวม 40 คน ซึ่งประกอบด้วย ข้าราชการครู ครูอาสาสมัครฯ ครูกศน.ตำบล บรรณารักษ์ห้องสมุด และลูกจ้าง วิทยากรเป็นบุคลากรในองค์กร คือ นายกฤษณะ เจริญอรุณวัฒนา เจ้าหน้าที่สารสนเทศ ซึ่งนับว่าการอบรมครั้งนี้ได้ใช้ทรัพยากรบุคคลได้คุ้มค่าและมีประโยชน์อย่างยิ่ง
                   เริ่มต้นวิทยากรได้ให้ผู้เข้ารับการอบรมสวดมนต์ ทำสมาธิ เพื่อให้มีจิตใจและสมองที่โปร่งใสพร้อมรับการอบรมให้ได้รับความรู้อย่างเต็มที่ วิทยากร ได้นำภาพของพระพิฆเนศมาเป็นสื่อเพื่อนำเข้าสู่บทเรียนโดยได้ให้ผู้เข้ารับการอบรมแต่ละคน แสดงความคิดเห็นว่า ได้มองเห็นอะไรในภาพนี้บ้าง ซึ่งแต่ละคนได้แสดงความคิดเห็นที่แตกต่างกันบ้าง เหมือนกันบ้าง แต่ที่มองเห็นได้คือทุกคนตั้งใจในการแสดงความคิดเห็น  ซึ่งวิทยากรได้สรุปให้ฟังว่า พระพิฆเนศเป็นเทพแห่งความสำเร็จ แต่ในความสำเร็จนั้นมีองค์ประกอบมากมายที่จะช่วยให้ประสบความสำเร็จ เช่น ต้องมีการฟังในสิ่งที่เป็นจริง การมองอย่างมีวิจารณญาน ทำงานให้มาก ความผิดพลาดจากการทำงานจะเป็นบทเรียนช่วยให้งานสำเร็จ
                     เริ่มเข้าสู่บทเรียนเรื่อง Google drive เป็นพื้นที่ที่เก็บข้อมูลออนไลน์ ที่เป็นงานของเราซึ่งสามารถเก็บในไดรฟ์ของฉันซึ่งเป็นไดรฟส่วนตัว และสามารถแชร์ไฟล์ได้ในแชร์กับฉัน โดยต้องมี e-mail ของ Google คือ G mail จึงจะเข้าสู่ Google drive ได้ วิทยากรได้ให้ความรู้ เกี่ยวกับประโยชน์ของ Google drive เพิ่มขึ้น เพื่อให้ใช้ประโยชน์ในการเก็บงานได้หลาย ๆ ไฟล์ โดยการติดตั้ง Google drive application เมื่อติดตั้งเสร็จแล้ว จะปรากฏไฟล์ Google drive บนเดสก์ทอป คือ Google doc Google sheet และ Google slide ซึ่งวิทยากรได้อธิบายการซิงค์ระหว่างไฟล์บนเดสก์ทอปและอินเตอร์เน็ต ถ้าทำการเปลี่ยนแปลงใด ๆ บนไฟล์ในคอมพิวเตอร์ก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงใน Google drive ด้วย นอกจากนี้ วิทยากรได้แสดงให้เห็นปัญหาของการตั้งชื่อไฟล์ ที่เป็นงานเดียวกันของทุกกศน.ตำบล ถ้าตั้งชื่อไม่เหมือนกันจะทำให้หาไฟล์ยาก ซึ่งมีผลกับการตรวจเช็คงาน ที่ต้องใช้เวลามากในการหาไฟล์
                 การเขียน Blog เป็นอีกบทเรียนหนึ่งที่น่าสนใจมาก การเขียน Blog  ถ้ามี บัญชีของ Gmail อยู่แล้วก็ทำการล็อกอินเพื่อสร้างบล็อก การสร้าง Blog ใหม่ ให้คลิกไปที่เมนูบล็อกใหม่จะปรากฏไดอะล็อค มีแถบให้พิมพ์หัวข้อและพิมพ์ที่อยู่ตรง Url ควรเป็นภาษาอังกฤษและเป็นตัวเลข 
               การเขียนเป็นการเขียนเล่าเรื่อง ให้คนที่อ่าน Blog ได้รับอรรถรสจากเนื้อเรื่องที่เขียนลงไป ทั้งด้านความรู้ ความสนุกสนานและประโยชน์ การเขียน Blog นั้นเมื่อเขียนเสร็จแล้ว ก่อนจะทำการเผยแพร่ ต้องตรวจสอบว่าเนื้อเรื่องที่เขียนนั้นถูกต้อง คนที่อ่านแล้วรู้เรื่อง ได้รับประโยชน์  โดยคลิกไปที่แสดงตัวอย่าง เมื่อตรวจทานเรียบร้อยแล้วจึงกดเผยแพร่ Blog ก็จะถูกโพสขึ้นสู่สาธารณชน และในวันนี้ ได้เขียน Blog เล่าเรื่องความรู้ที่ได้รับจากการประชุมเชิงปฏิบัติการการพัฒนาระบบฐานข้อมูลและสารสนเทศ ภายในสถานศึกษา 
                   ความรู้ที่ได้รับในวันนี้ ไม่ใช่แค่ เรื่อง Google drive และการเขียน Blogเท่านั้น แต่ยังได้รับความรู้จากวิทยากรที่มีความรู้ที่ลึกซึ้ง กว้างไกล ในเรื่องเทคนิคการสอน การนำเข้าสู่บทเรียนที่กระตุ้นความสนใจของทุกคน ให้ได้แสดงความคิดเห็นและคิดตาม รวมทั้ง มีการนำเสนอและมีสื่อที่น่าสนใจ มีวิธีการบรรยายที่ชัดเจน
                   นอกจากนี้ ยังมีผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์ กว้างไกล มีความคิดที่ทันสมัย นำเทคโนโลยีด้าน IT มาใช้ในการพัฒนาบุคลากร และพัฒนางานให้เป็นระบบ
                     ความประทับใจและประโยชน์ที่ได้รับในการเข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ คือ ได้รับความรู้จากการใช้ประโยชน์ Google Drive ที่ใช้ในการเก็บไฟล์เอกสาร รูปภาพ และการเขียน Blog เล่าเรื่องราวต่างๆ ความรู้จากวิทยากร ในเรื่องการนำเข้าสู่บทเรียน การกระตุ้นความสนใจให้ผู้เข้ารับการอบรมได้แสดงความคิดเห็น การใช้สื่อที่น่าสนใจน่าติดตาม และวิธีการสอนที่อธิบายได้ทุกคำถามอย่างกระจ่างแจ้ง ซึ่งเป็นประโยชน์ และเป็นตัวอย่างที่ดีในการจัดการเรียนการสอนของผู้เข้าร่วมการประชุม ได้พัฒนาเพิ่มขึ้น
                   และนี่เป็นตัวอย่างของการเขียน Blog ที่ได้รับจากการเข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการ และการเรียนรู้เพิ่มขึ้นจากการค้นคว้าด้วยตนเอง Learning by doing

               
 

Yuraiya Template by Ipietoon Cute Blog Design