วันพุธที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

รายงานการอบรมสัมนา การพัฒนา บุคลากรด้านแผนงาน ของสำนักงานกศน. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 วันที่ 22 กค.2558

 การอบรมวันนี้เป็นวันที่ 3 ผู้เข้ารับการอบรม นั่งเป็นกลุ่มที่แบ่งตามการขึ้นรถ ข้าพเจ้าอยู่กลุ่ม B1-1     เริ่มต้นด้วยการอบรมเรื่อง
การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมองค์กร ( SWOT) เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์องค์กร
 โดย ดร.อภิรดี กันเดชและคณะ
 SWOT เป็นตัวที่ทำให้มองเห็นว่าเราเป็นอย่างไร SWOT เป็นวิธีการหรือเครื่องมือ ในการวิเคราะห์องค์กรเพื่อวางแผนในการกำนดกลยุทธ์ขององค์กร
     1.การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายใน เป็นการวิเคราะห์สิ่งที่องค์กรสามารถควบคุมได้ แบ่งเป็น 2 ด้าน คือ
            1.  จุดแข็ง (Strengths) ความสามารถขององค์กรที่ทำได้มีความโดดเด่น ซึ่งองค์กรสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการบรรลุวัติถุประสงค์
            2. จุดอ่อน (Weaknesses) ความสามารถในการดำเนินงานที่เป็นจุดอ่อนและก่อให้เกิดปัญหาภายในองค์กร และไม่สามารถ นำมาใช้ในการทำงานเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์
    2.การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอก
            เป็นการวิเคราะห์ถึงสิ่งที่องค์กรไม่สามารถควบคุมได้โดยตรง แต่อิทธิพลหรือผลกระทบต่อองค์กร ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 2 ด้าน คือ
             โอกาส (Opportunities) ปัจจัยและสถานการณ์ภายนอกที่เอื้ออำนวยให้การดำเนินการขององค์การบรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้
              อุปสรรค (Threats) ปัจจัย และสถานการณ์ภายนอกที่ขัดขวางหรือคุกคามต่อการดำเนินงานขององค์กรในการที่จะบรรลุวัตถุประสงค์หรือเป็นปัญหาต่อองค์กร
    การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายใน
            สภาพแวดล้อมภายใน เป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการปฏิบัติงาน สามารถควบคุมได้ ได้แก่
              1. โครงสร้างและนโยบาย (S1)
              2. ผลผลิตและบริการ (S2)
              3. บุคลากรในองค์กร (M2)
              4. การเงิน (M2)
              5. วัสดุอุปกรณ์ (M3)
              6. การบริหารจัดการ (M4) เงิน คน การบริหารทั่วไป การมีส่วนร่วมของหน่วยงาน ชุมชน การกระจายอำนาจ
   การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอก ได้แก่ การวิเคราะห์ PESTIE Analysis โดยพิจารณาจากปัจจัย ต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อหน่วยงานทั้งทางตรง ทางอ้อม ประกอบด้วย
              1. การเมือง (P)
              2.เศรฐกิจ (E)
              3. สังคมและวัฒนธรรม(S)
              4. เทคโนโลยี (T)
              5. กฏหมาย (L)
              6. สภาพแวดล้อม (E)
         เมื่อองคฺ์กรวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในและภายนอกแล้ว ก็จะต้องทำการประเมินสภาพเพื่อที่จะเป็นข้อมูลในการกำหนดกลยุทธ์ ให้ทำงานอย่างมีทิศทาง สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมขององค์กร จากนั้นให้ทำการสรุปผลการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมอีกครั้ง
     การสังเคราะห์กลยุทธ์ด้วย TOWS หรือ SWOT Matrix เป็นการประเมินสถานการณ์ จากการประเมินสภาพแวดล้อม ซึ่งมีสถานการณ์ 4 รูปแบบ
              1. กลยุทธ์เชิงรุก (SO Strategy) เป็นการนำข้อมูลการประเมินสภาพแวดล้อมที่เป็นจุดแข็งและโอกาสมาพิจารณาร่วมกัน เพื่อกำหนดเป็นยุทธศาสตร์หรือกลยุทธ์ในเชิงรุก สรุปคือ คุณมีวิธีที่สามารถใช้จุดแข็งของคุณเพื่ิอสร้างโอกาสเหล่านั้นหรือไม่
              2. กลยุทธ์เชิงป้องกัน (ST Strategy) เป็นการนำข้อมูลการประเมินสภาพแวดล้อมที่เป็นจุดแข็งและข้อจำกัดมาพิจารณาร่วมกัน เพื่อกำหนดเป็นยุทธศาสตร์หรือกลยุทธ์ในป้องกัน สรุปคือ คุณมีวิธีที่สามารถใช้ประโยชน์จากจุดแข็งของคุณเพื่ิอหลีกเลี่ยงภัยคุกคามที่อาจจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่
              3. กลยุทธ์เชิงแก้ไข (WO Strategy) ได้มาจากการนำข้อมูลการประเมินสภาพแวดล้อมที่เป็นจุดอ่อนและโอกาสมาพิจารณาร่วมกัน เพื่อกำหนดเป็นยุทธศาสตร์หรือกลยุทธ์เชิงแก้ไข สรุปคือ คุณมีวิธีที่ใช้โอกาสของคุณที่จะชนะจุดอ่อนของคุณหรือไม่
              4. กลยุทธ์เชิงรับ (WT Strategy) ได้มาจากการนำข้อมูลการประเมินสภาพแวดล้อมที่เป็นจุดอ่อนและข้อจำกัดมาพิจารณาร่วมกัน เพื่อกำหนดเป็นยุทธศาสตร์หรือกลยุทธ์เชิงรับ สรุปคือ คุณมีวิธีที่สามารถลดจุดอ่อนและหลีกเลี่ยงภัยคุกคามของคุณหรือไม่
              การใช้ SWOT Matrix  ต้องมีการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมทั้งภายใน ภายนอก และต้องประเมินสถานการณ์ให้ถูกต้อง จึงจะกำหนดเป็นกลยุทธ์ขององค์กรได้
              การอบรมในเรื่องนี้ ยังต้องเรียนรู้อีกมากเนื่องจากวิทยากรผู้บรรยาย มีเวลาจำกัด การยกตัวอย่างหรือฝึกปฏิบัติให้เข้าใจ ยังไม่ชัดเจน
              ข้าพเจ้าลองคิดทบทวนว่า ถ้าสามารถวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในและภายนอกขององค์กร ได้อย่างถูกต้อง และบุคลากรในหน่วยงานยอมรับความจริง ช่วยกันระดมวิเคราะห์ Swot  ของหน่วยงานและประเมินสถานการณ์ นำเอา S W O T มาปรับกลยุทธ์ในการทำงาน ก็คงช่วยพัฒนางานให้เป็นไปอย่างมีคุณภาพ
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
             การบรรยาย เรื่อง การบริหารงบประมาณ โดย ผอ.โสมอุษา เลี้ยงถนอม ผอ.กลุ่มกองคลัง สำนักงานกศน.มีรายละเอียดดังนี้
              1. การใช้จ่ายเงินงบประมาณให้เป็นไปตามที่ฝ่ายนิติบัญญัติหรือรัฐสภาอนุมัติโดยส่วนราชการ/รัฐวิสาหกิจ จะจัดทำแผนปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายเงินงบประมาณเสนอสำนักงบประมาณ เพื่อขอความเห็นชอบ และขออนุมัติจัดกิจกรรม (ประจำงวด) จากสำนักงบประมาณรวมทั้งการวางฎีกาขอเบิกจ่ายเงินจากกรมบัญชีกลาง เพื่อนำเงินมาใช้จ่ายต่อไป
             2. ระเบียบและพ.ร.บ.ที่เกี่ยวข้อง
                 1. พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ.2502 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
                 2. ระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณ พ.ศ. 2548 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
                 3. ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และแก้ไขเพิ่มเติม
                4. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2558
             3. ส่วนราชการจัดทำแผนปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายเงินงบประมาณตามแบบฟอร์มที่สำนักงบประมาณกำหนด ส่งสำนักงบประมาณให้ความเห็นชอบก่อน วันเริ่มต้นปีงบประมาณ ไม่น้อยกว่า 15 วัน
             4. การวางฎีกากับบัญชีกลาง เมื่อส่วนราชการได้รับเงินประจำงวด จากสำนักงบประมาณแล้วจะไปวางฎีกาขอเบิกจ่ายเงินจากกรมบัญชีกลาง (ส่วนกลาง) หรือคลังจังหวัด (ส่วนภูมิภาค) กรมบัญชีกลางจะพิจารณาหลักฐาน/รายละเอียดและอนุมัติฎีกาตามระเบียบที่กำหนดไว้เพื่อให้ส่วนราชการเบิกเงินไปใช้จ่ายต่อไป ปัจจุบันดำเนินการผ่าน ระบบ GFMIS
             5. การใช้จ่ายที่ได้รับจัดสรร
                  1. งบบุคลากร ภายใต้แผนงานเดียวกัน ถัวจ่ายกันได้ภายในงบนี้ ยกเง้นเงินเดือน ค่าจ้างประจำ อัตราตั้งใหม่ ให้จ่ายได้ตามที่กำหนดในใบยืนยันยอดหรือตามที่ได้รับความตกลงกับสำนักงบประมาณ
                  2. งบดำเนินงาน ถัวจ่ายกันได้ภายในงบนี้ ยกเว้นรายจ่ายประเภทค่าสาธารณูปโภค จะนำไปใช้จ่ายในประเภทอี่นได้ก็ต่อเมื่อไม่มีหนี้ค่าสาธารณูปโภคค้างชำระ
                  3. งบลงทุน ให้ใช้จ่ายตามรายการและวงเงินที่ได้รับจัดสรร
                  4. งบอุดหนุน
                     4.1 เงินอุดหนุนทั่วไป ให้ใช้จ่ายตามรายการและจำนวนเงินที่กำหนด
                     4.2 เงินอุดหนุนเฉพาะกิจ ให้ใช้จ่ายตามรายการและจำนวนเงินที่กำหนดและหากเบิกจ่ายในลักษณะงบรายจ่ายใดก็ถือปฏิบีติเหมือนงบรายจ่ายนั้น
                 5. งบรายจ่ายอื่น ให้ใช้จ่ายตามรายการและจำนวนเงินที่กำหนด และหากเบิกจ่ายในลักษณะใด ถือปฏิบัติเหมือนงบรายจ่ายนั้น
                การฟังบรรยายในวันนี้ รู้สึกฟังแล้วเข้าใจยากมาก อาจเป็นเพราะเป็นงานที่ไม่คุ้นเคยเท่าไร แต่ก็ถือว่าเป็นกำไร ที่ทำให้มีความรู้เพิ่มขึ้นบ้างเกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินงบประมาณ
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ต่อมาเป็นการบรรยาย เรื่อง แนวทางการดำเนินงานเพื่อการนิเทศ ติดตามของสำนักงานกศน.โดย นางสาวอังคณา วสุวรวงค์ หัวหน้าหน่วยศึกษานิเทศก์
               การนิเทศ เป็นกระบวนการการช่วยเหลือ แนะนำ ชี้แจง เพื่อช่วยให้ครูแก้ที่ปัญหา หรือกำลัง  เผชิญอยู่ ให้ลุล่วงไปด้วยดี รวมทั้งพัฒนางานที่ครูกำลังปฏิบีติอยู่ให้มีวิธีการที่เหมาะสมและมีประสิทธิผลยิ่งขึ้น
              ประเภทของการนิเทศ
                   นิเทศภายใน เป็นการนิเทศในรั้วโรงเรียน รั้วโรงเรียนของกศน.คือ 1 อำเภอการนิเทศทุกอย่าง เป็นการพูดคุยกันของคนในโรงเรียนเท่านั้น คนที่อยูด้วยกันทำงานดำเนินเป็นการนิเทศภายใน
                  นิเทศภายนอก นอกรั้วโรงเรียน คนที่ไม่อยู่ในสถานศึกษา ถือเป็นภายนอก
การนิเทศต้องปฏิบัติงานโดยใช้ระบบ PDCA คือ
                 P = Plan ศึกษาข้อมูลพื้นฐาน ข้อมูลด้านนโยบาย ผลการประเมินคุณภาพของสถานศึกษา ผลการนิเทศ เพื่อนำมาวางแผนล่วงหน้า
                 D = Do ปฏิบัติงานตามแผน ด้วยรูปแบบ เทคนิควิธีการ บันทึกการนิเทศ
                 C = Chack  ตรวจสอบข้อมูลการนิเทศ ขณะนิเทศ หลังจากนิเทศ
                 A = Act นำสิ่งที่เป็นปัญหามาปรับปรุง สิ่งที่ดีแล้วพัฒนาให้ดีขึ้น สิ่งที่ไม่ดีให้นำมาปรับปรุงและพัฒนาให้ดีขึ้น
            ประเด็นในการนิเทศ ต้องศึกษาเกี่ยวกับ
                1. ปัญหาการดำเนินงาน
                2. ผลการประเมินคุณภาพของสถานศึกษา ภายในสถานศึกษา ต้นสังกัด และภายนอก
                3. ความต้องการ และความจำเป็นในการนิเทศ
                เมื่อศึกษา วิเคราะห์ ประเด็นในการนิเทศแล้ว ให้ทำการคัดเลือกประเด็นในการนิเทศ  เพื่อนำไปวางแผนการนิเทศ ให้ตรงกับปัญหา ผลการประเมินคุณภาพ
               การอบรมในวันนี้ทั้งสามเรื่อง รู้สึกมีเนื้อหาที่เป็นงานวิชาการที่ต้องทำความเข้าใจให้มากกว่านี้ และต้องมีประสบการณ์ จึงจะเข้าใจอย่างถ่องแท้ ด้วยเวลาที่จำกัด และเนื้อหาที่มาก ทำให้ง่วง และฟังไม่เข้าใจ แต่ด้วยความที่วิทยากรแต่ละท่านมีความตั้งใจในการอธิบาย ทำให้ผู้เข้ารับการอบรมมีกำลังใจ สู้ สู้ ค่ะ เพราะนับว่าโชคดีแล้วที่ได้รับการอบรม จากวิทยากรที่มีความรู้ วันนี้เสร็จสิ้นการอบรม เวลา 20.00 น.


กลุ่ม B1-1 สู้ 




2 ความคิดเห็น:

  1. นำความรู้มาแนะนำน้องๆ ช่วงเวลานี้ได้เลยนะคะ

    ตอบลบ
  2. นำความรู้มาแนะนำน้องๆ ช่วงเวลานี้ได้เลยนะคะ

    ตอบลบ

 

Yuraiya Template by Ipietoon Cute Blog Design